greekloot.com

บทความ เนื้อหาสาระออนไลน์

รับประทานอาหารบำรุงกระดูกให้ดี

รับประทานอาหารบำรุงกระดูกให้ดี อาหารบำรุงกระดูก มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายอยู่ไม่น้อย เพราะอาจช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกตั้งแต่อายุยังน้อย และลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพ ที่อาจเกิดกับกระดูก ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อมีอายุมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูกอ่อน โรคกระดูกพรุน ภาวะกระดูกหักจากอุบัติเหตุ หรือหกล้ม บทความนี้ ได้รวบรวมอาหารที่มีประโยชน์ ต่อกระดูกและหารับประทานได้ง่ายมาฝาก  ปกติแล้ว กระดูกของคนเราจะมีสุขภาพที่ดี และคงความแข็งแรงไว้ได้

ก็ต่อเมื่อได้รับสารอาหาร ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือแคลเซียมและวิตามินดี โดยแคลเซียม จะช่วยสร้างและบำรุงกระดูก และฟันให้แข็งแรง ส่วน Vitamin D จะช่วยควบคุมระดับแคลเซียม และฟอสเฟตภายในร่างกาย 

โดยในแต่ละวัน ร่างกายต้องการปริมาณแคลเซียมและวิตามินดีดังนี้

  • แคลเซียม : ผู้ใหญ่ทั่วไป ควรได้รับแคลเซียมในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม หากมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับในปริมาณ 1,000-1,200 มิลลิกรัม
  • วิตามินดี : ผู้ที่มีอายุ 1-70 ปี ควรได้รับวิตามินดีในปริมาณ 600 IU หากอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป ควรได้รับในปริมาณ 800 IU 

นอกจากแคลเซียมและ vitamin D แล้ว ยังมีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตและการพัฒนาของกระดูก เช่น โปรตีน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส สังกะสี วิตามินเค เป็นต้น

รับประทานอาหารบำรุงกระดูกให้ดี

5 อาหารบำรุงกระดูก หาง่ายใกล้ตัว

การรับประทานอาหาร ให้ครบตามหลักโภชนาการ เป็นวิธีดูแลร่างกายง่าย ๆ ที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างกระดูก ให้แข็งแรงเป็นอย่างมาก มาดูตัวอย่างอาหารบำรุงกระดูก ที่เหมาะสำหรับคนทุกช่วงวัย ดังนี้

  • ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็น
    ปลาที่มีกรดไขมันจำเป็น แหล่ง Vitamin D ที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะปลาที่หาซื้อได้ง่าย เช่น ปลาทู ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ปลาแซลมอน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นกรดไขมันจำเป็นอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูก และป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกอีกด้วย
  • ผักใบเขียว
    ผักที่มีใบสีเขียวเข้มหลายชนิด อุดมไปด้วยแคลเซียม ไม่ว่าจะเป็นคะน้า บร็อคโคลี่ ผักกะเฉด ใบยอ ใบชะพลู หรือบ็อกฉ่อย อีกทั้งยังมีวิตามินเคซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนด้วย ซึ่งผักแต่ละชนิดจะให้แคลเซียม

    ในปริมาณที่มากน้อยต่างกันไป ผู้บริโภคควรคำนึงถึงชนิดของผัก และปริมาณในการรับประทานที่พอเหมาะร่วมด้วย เช่น ใบยอและใบชะพลู ไม่ควรรับประทาน ในปริมาณมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดนิ่วในไต หรือในกระเพาะปัสสาวะได้
  • ผลิตภัณฑ์จากนม
    สิ่งแรก ๆ ที่เรานึกถึงเมื่อพูดถึงแคลเซียม ก็คงจะเป็นนมและผลิตภัณฑ์ ที่ทำมาจากนม อย่างชีสหรือโยเกิร์ต แต่จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ยังให้โปรตีน โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส 

    ซึ่งเป็นสารอาหาร ที่จำเป็นต่อสุขภาพกระดูกเช่นกัน ในปัจจุบัน มีการเติมสารอาหารที่ร่างกาย ต้องการเพิ่มมากขึ้นลงไปในนม เราจึงเห็นนมสูตรเพิ่ม Vitamin D หรือแร่ธาตุอื่น ๆ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ให้กับผู้บริโภคนั่นเอง
  • ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองล้วน เป็นผลผลิตของถั่วเหลือง ที่มีโปรตีนอยู่ปริมาณมาก แต่แค่โปรตีนอาจไม่เพียงพอ นมถั่วเหลืองพร้อมดื่ม จึงมีการเพิ่มเติม Vitamin D แคลเซียม และสารอาหารอื่น ๆ ลงไป ซึ่งสามารถนำมารับประทานแทนนม สำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มนม หรือผู้ที่รับประทานมังสวิรัติได้
  • ไข่
    หลายคนคุ้นเคย กับการรับประทานไข่ในเมนูต่าง ๆ เป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าไข่แดง 1 ฟองนั้นมีวิตามินดีถึง 40 IU โดยประมาณ ส่วนไข่ขาวจะอุดมไปด้วยโปรตีนที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน

    ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง หากต้องการรับประทานมากขึ้น ควรพิจารณาอาหารชนิดอื่น ๆ ที่รับประทานร่วมกัน ในวันนั้นด้วย เนื่องจากไขมันบางประเภทอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

สุดท้ายนี้ สุขภาพกระดูก และสุขภาพโดยรวมจะแข็งแรง ไปพร้อมกันได้หากรับประทานอาหารครบทุกหมู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากการรับประทานอาหาร บำรุงกระดูกแล้ว

ที่สำคัญต้องไม่ลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพร่วมด้วย หากมีความกังวล เกี่ยวกับสุขภาพกระดูก ความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูก หรือมีความผิดปกติ เกี่ยวกับกระดูก ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

ติดตามเรื่องราว ต้นไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ในบ้าน

สนับสนุนโดย แทงบอล บาคาร่า PG SLOT

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *